ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการวางแผนครอบครัวในคู่สมรสที่เป็นโรคหรือพาหะของโรคธาลัสซีเมีย

English version of this page Click here.
ชื่อผู้ทำวิทยานิพนธ์ รัชนี แก้วหล่อน
ชื่อวิทยานิพนธ์ ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการวางแผนครอบครัวในคู่สมรสที่เป็นโรคหรือพาหะของโรคธาลัสซีเมีย
สาขาวิชา การพยาบาลชุมชน
ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ รศ.สุวิภา โกสุมวัชราภรณ์
ดร.อารีย์ พรหมโม้
รศ.มาลินี เหล่าไพบูลย์
ปีที่จบ 2542

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงวิเคราะห์ย้อนหลัง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคล ปัจจัยสภาพแวดล้อมทางสังคม และการรับรู้เกี่ยวกับโรคกับพฤติกรรมการวางแผนครอบครัว กลุ่มตัวอย่างเป็นคู่สมรสที่เป็นโรค หรือพาหะของโรคธาลัสซีเมียซึ่งมาคลอดที่โรงพยาบาลแม่และเด็ก และโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น จำนวน 280 คู่ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มศึกษาที่ใช้วิธีการวางแผนครอบครัว จำนวน 140 คู่ และกลุ่มควบคุมที่ไม่ใช้วิธีการวางแผนครอบครัว จำนวน 140 คู่ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม 2541 ใช้สถิติไคสแควร์ ค่าความหนักแน่นและการวิเคราะห์ถดถอยพหุแบบลอจิสติก อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่ศึกษากับพฤติกรรมการวางแผนครอบครัว
ผลการศึกษาเมื่อวิเคราะห์ตัวแปร 2 ตัว พบว่า พฤติกรรมการวางแผนครอบครัว มีความสัมพันธ์กับปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคลและปัจจัยสภาพแวดล้อมทางสังคมของคู่สมรสคือ อายุ ระดับการศึกษา เพศของบุตรมีชีวิตที่คาดหวังจะมี การปรึกษากับบิดามารดา ญาติหรือเพื่อน การเคยมีบุตรหรือญาติเป็นโรคธาลัสซีเมีย การเคยคลอดบุตรเสียชีวิต และการรับรู้เกี่ยวกับโรคของคู่สมรสคือ การรับรู้ต่อโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรค และการรับรู้ต่อความรุนแรงของโรค ส่วนอาชีพของคู่สมรส จำนวนบุตรมีชีวิตที่คาดหวังจะมี และการปรึกษากับคู่สมรส ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการวางแผนครอบครัว
เมื่อวิเคราะห์ถดถอยพหุแบบลอจิสติก พบปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการวางแผนครอบครัวเมื่อควบคุมปัจจัยอื่นๆ 8 ปัจจัยคือ การเคยมีบุตรหรือญาติเป็นโรคธาลัสซีเมีย (OR = 12.0; 95% CI = 2.89-49.97) การเคยคลอดบุตรเสียชีวิต (OR = 10.4; 95% CI = 2.95-36.59) อายุของภรรยา (OR = 7.7; 95% CI = 2.83-18.88) การปรึกษากับบิดามารดา ญาติหรือเพื่อน (OR = 5.6; 95% CI = 2.62-12.07) ระดับการศึกษาของสามี (OR = 4.3; 95% CI = 1.09-16.78) การรับรู้ต่อโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคของสามี (OR = 4.2; 95% CI = 1.47-11.94) และอาชีพของสามี (OR = 3.4; 95% CI = 1.28-9.12) โดยสามารถร่วมกันทำนายพฤติกรรมการวางแผนครอบครัวได้ถูกต้องร้อยละ 80.36
ผู้วิจัยเสนอแนะให้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีการรับรู้และมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคธาลัสซีเมีย ตลอดจนจัดบริการให้คำปรึกษาที่สอดคล้องกับปัจจัยส่งเสริมการวางแผนครอบครัว